กระบวนการผลิตทั้งหมดกว่า 60% มักเป็นส่วนที่สิ้นเปลือง และไม่สามารถสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าได้
และ “Lean Manufacturing” คือกลยุทธ์ที่มาแก้ปัญหานี้โดยตรง

#LeanManufacturing คือ กลยุทธ์ในการลดกิจกรรมที่ไม่จำเป็น (#Waste) ออกจากกระบวนการผลิตทั้งหมด โดยเริ่มจาก
.
#IdentifyValue (หาคุณค่าที่ลูกค้าต้องการ)
คุณค่าหรือสินค้านี้ มักเป็นสิ่งที่ลูกค้ายอมจ่ายเพื่อ ”แก้ปัญหา” หรือ”ความคาดหวัง”ที่เขามี
เช่น ลูกค้าต้องการปูนที่แข็งแรง ทนทาน ในราคาย่อมเยา
.
#ValueStream (สร้างกระบวนการส่งคุณค่าให้ลูกค้า)
Value Stream คือ ขั้นตอนทั้งหมดในการส่งคุณค่า เพื่อตอบความต้องการของลูกค้า หลังจากวิเคราะห์ทุกขั้นตอน ให้ลดส่วนที่สิ้นเปลืองออก ทั้งทรัพยากร ขั้นตอน กิจกรรมที่ไม่จำเป็น
ตัวอย่าง เช่น เตรียมวัตถุดิบ → ผสมปูน → บรรจุถุงปูน → เรียงบนพาเลท → ขนส่งให้ลูกค้า
.
#CreateFlow (สร้างความลื่นไหลให้ Value Stream)
ทำให้แต่ละขั้นตอนบน Value Stream ทำงานได้แบบราบลื่นและมีดีเลย์น้อยที่สุด
เช่น การสร้างความต่อเนื่องให้เครื่องจักรด้วยสายพาน การเทรนพนักงานให้ทำงานแทนส่วนที่เครื่องจักรทำไม่ได้ หรือการ automate เพื่อทุ่นแรงคน (ความเหนื่อยล้าทำให้การทำงานช้าลง)
.
#PullSystems (สร้างระบบดึง)
การสร้างกระบวนการผลิตให้ถูกดึงให้ทำ (PULL) ยึดจากความต้องการของลูกค้าในเวลานั้น มากกว่าถูกผลักดันให้ทำ (PUSH) จากตารางการผลิตภายใน เพื่อผลิตสินค้าให้ใกล้เคียงกับปริมาณความต้องการมากที่สุด และลด Waste จากสินค้าคงคลัง
.
#SeekPerfection (ทำให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น)
การเรียนรู้ และพัฒนากระบวนการผลิตต่อไปเรื่อยๆ เพื่อให้ส่วนที่สิ้นเปลืองบน Value Stream เหลือน้อยที่สุด เพราะฉะนั้นการสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เหมาะกับการเรียนรู้และปรับตัว จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นมากๆ
.
.
องค์กรทั่วไปก็สามารถประยุกต์ใช้ Lean Manufacturing ได้ โดยอาจยึดจากเป้าหมายองค์กร (ภายใน) หรือความต้องการลูกค้า (ภายนอก) เพื่อลดกิจกรรมที่ไม่จำเป็นในการทำงาน “อย่างต่อเนื่อง”
.
